สุก ร้อน สะอาด” ป้องกันโรค “ไวรัสตับอักเสบ เอ |

0
852

นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุขนายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ระยะนี้เป็นช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูร้อน ซึ่งสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง จะเหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อโรคหลายชนิด ประกอบกับช่วงนี้เป็นฤดูแห่งการท่องเที่ยว ประชาชนทั่วไปที่นิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน รวมถึงนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ อาจเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อทางเดินอาหารและน้ำ จากการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะโรคไวรัสตับอักเสบ เอ ที่มีแนวโน้มมีจำนวนผู้ป่วยสูงขึ้น

จากข้อมูลเฝ้าระวังโรค สำนักระบาดวิทยา รายงานว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-13 กุมภาพันธ์ 2560 พบผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบ เอ 94 ราย ยังไม่มีการรายงานพบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ แต่พบจังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยมากในช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้แก่ กรุงเทพมหานคร 27 ราย สมุทรสงคราม 18 ราย และชลบุรี 7 ราย กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือ 35-44 ปี (27.66%) 25-34 ปี (24.47%) และ 45-54 ปี (17.02%) จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่ผู้ป่วยเป็นวัยทำงาน ซึ่งอาจเกิดจากการรับประทานอาหารและน้ำนอกบ้าน ส่วนจังหวัดที่เสี่ยงต่อการระบาดคือ จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีตลาดท่องเที่ยวจำนวนมาก จึงอาจทำให้เกิดโรคในกลุ่มนักท่องเที่ยวได้

ตับ      B องค์การอนามัยโลกได้คาดการณ์ว่า ทั่วโลกมีจำนวนผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบ เอ ประมาณ 1.4 ล้านคนต่อปี โดยเฉพาะในประเทศด้อยพัฒนาและกำลังพัฒนา เนื่องจากระบบสาธารณสุข ระบบสุขาภิบาลที่ไม่ดี เช่น น้ำดื่ม น้ำใช้ ที่ปนเปื้อนเชื้อ หรือการรั่วไหลและปนเปื้อนของระบบส่งน้ำ รวมถึงการปรุงประกอบอาหารที่ไม่ปลอดภัย ทั้งนี้ เชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ จะตายเมื่อโดนความร้อน ด้วยการต้มหรือหุงที่อุณหภูมิ 85 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 1 นาที

โรคไวรัสตับอักเสบ เอ สามารถติดต่อโดยการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระที่มีเชื้อที่ขับถ่ายจากผู้ป่วย หรือการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเชื้อจะเจริญเติบโตในตับและจะถูกขับออกทางน้ำดีและอุจจาระ มักจะระบาดในชุมชนที่อยู่กันหนาแน่นและไม่ถูกสุขลักษณะ แต่เชื้อนี้ไม่ติดต่อทางน้ำลายหรือปัสสาวะ ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบ เอ มักมีอาการประมาณ 2 สัปดาห์ หรืออาจนานถึง 6 เดือน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เคยติดเชื้อนี้จะมีภูมิคุ้มกันอยู่ตลอดชีวิตและจะไม่เป็นโรคนี้อีก

สำหรับกลุ่มเสี่ยงโรคไวรัสตับอักเสบ เอ คือ คนทำงานในสถานพยาบาล ร้านอาหาร ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังประเทศที่พบผู้ป่วย ช่างประปา คนทำงานเกี่ยวกับสิ่งปฏิกูล เป็นต้น

A ส่วนการป้องกันโรค ขอให้ประชาชนยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม ล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ และรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน รวมถึงฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ เอ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง และหากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง เจ็บชายโครง ปัสสาวะสีเข้ม ให้รีบไปพบแพทย์

ทั้งนี้ การรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ เอ ยังไม่มียารักษาเฉพาะ วิธีดูแลรักษาผู้ป่วยที่ดีที่สุดคือให้พักอยู่บ้าน ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ รับประทานอาหารอ่อนมื้อละน้อยๆ แต่ให้บ่อยขึ้น รับประทานยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น ไม่ซื้อยาเอง และติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง

หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

(จาก นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 195 มีนาคม 2560 โดย กองบรรณาธิการ)

Share Button