การไม่คบคนพาล โดยพระมหาศิระวุฒิ สิรวุฑฺฒิโก

0
467

มีคำสุภาษิตโบราณที่ผู้ใหญ่ในสมัยก่อนท่านเขียนเอาไว้ ที่ว่าคบคนพาลพาลไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล สุภาษิตนี้นั้นไม่ได้ผิดไปจากความเป็นจริง และยังคงใช้ได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้ ถ้าหากว่าเราอยู่ร่วมในสังคมกับบุคคลที่คิดดี ทำดี พูดดี หรือว่าบุคคลที่เป็นคนดีแล้ว บุคคลเหล่านี้ก็จะส่งเสริมให้เรากระทำแต่กรรมดีหรือว่าทำแต่ความดีนะครับ ในทางตรงกันข้ามถ้าเราคบกับคนที่ทำไม่ดี คิดไม่ดี พูดไม่ดีล่ะก็เราก็จะหนีไม่พ้นวังวนที่เราเดินตามก้าวรอยคนเหล่านั้น นั่นเอง นี่คือความหมายของคำว่า “คบคนพาล พาลไปหาผิด”

“อะเสวะนา จะ พาลานัง – การไม่คบคนพาล”

โดยพระมหาศิระวุฒิ  สิรวุฑฺฒิโก

วัดพระยายัง

[wpdevart_youtube]sZDRfdyymNM[/wpdevart_youtube]

 

เจริญพรคุณโยม อเสวนา จะ พาลานัง จริงๆแล้วหัวข้อธรรมะข้อนี้เป็นมงคล 38 ประการ เป็นมงคลหนึ่งข้อ ใน 38 ประการ

แรกเริ่มเดิมทีเหตุที่ทำให้เกิดมงคลข้อนี้ และ 38 ประการนี้ก็คือ ในครั้งพุทธกาลนั้น มีคำถามของปราช์ญทั้งหลายในยุคสมัยนั้น บอกว่าอะไรดีที่สุด  อะไรดีที่สุดในโลก ก็ว่าได้ในตอนนั้น ก็เกิดการโต้เถียงกันในวงของปราช์ญในตอนนั้น  อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด บางคนก็บอกว่ารูป รูปที่ดีที่สุด โดยวิเคราะห์ว่ารูปสวยๆงามๆนี่ เป็นรูปที่ดีที่สุด เจอหญิงสวยบ้าง เจอภาพสวยบ้าง เป็นสิ่งที่สวยงามเป็นสิ่งที่ดี บางคนพวกที่เกี่ยวกับเสียงก็บอกว่า ที่ดีที่สุดคือเสียง เสียงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ในความหมายก็คือเสียงที่เพราะ เสนาะหู เสียงเพลงเสียงดนตรีที่เราชอบ นั่นแหละคือสิ่งที่ดีที่สุด

ส่วนพวกกลิ่นก็บอกว่า กลิ่นนี่แหละดีที่สุด สุดยอดของความสุดยอดแล้ว กลิ่นนี้ดีที่สุดหาสิ่งใดๆเทียบกลิ่นไม่ได้แล้ว พวกรส ก็บอกว่าไม่ใช่แล้ว รสนี่แหละดีที่สุด รสนี่หมายถึงรสชาติ พวกอาหารพวกอะไรที่ดีที่สุดน่ะ ก็คือดีที่สุดแล้ว หาดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว ส่วนพวกสุดท้ายพวกสัมผัสก็บอกว่า ไม่ใช่ การสัมผัสนี่แหละดีที่สุด คือการสัมผัสจากมือ จากการลูบไล้ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ใช้เวลาในการเถียงกันอยู่ 12 ปี ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะเผยแผ่พระพุทธศาสนา เถียงกันตั้งแต่โลกมนุษย์จนถึงสวรรค์ แต่ละชั้นจนถึงชั้นสูงสุด ปัญหานี้ตกลงกันไม่ได้สักทีว่าอะไรดีที่สุด ผลสุดท้ายก็คือนำปัญหานั้นมาถามพระพุทธเจ้า ถามพระองค์ว่าสิ่งที่ดีที่สุดนั้นคืออะไร มีอะไรบ้าง ก็เลยได้เกิดมงคล 38 ประการที่ว่านี้  1 ในมงคล 38 ประการก็คือ อะเสวะนา จะ พาลานัง  คือการไม่คบคนพาล

ถ้าบอกว่าไม่คบคนพาลแล้วต้องคบใครบ้าง เมื่อไม่คบกับคนพาล ก็ต้องคบคนที่ต้องข้ามกับคนพาลก็คือบัณฑิต  อย่างที่เขาพูดกันในทุกวันนี้ว่า คบคนพาลพาลไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผลท่านว่าอย่างนั้นนะ

การสังเกตุคนที่เป็นบัณฑิตดูได้สามข้อดังนี้

1.คิดดี

2.ทำดี

3.พูดดี

บัณฑิตจะมีเอกลักษณ์อย่างนี้ แล้วคนพาลก็คือตรงข้ามกันเลยพูดก็พูดแต่สิ่งที่ชั่ว ทำก็ทำแต่สิ่งที่ชั่ว คิดก็คิดแต่สิ่งที่ชั่วนั่นแหละคือคนพาลท่านบอกว่าอย่างนั้น

ทำไมเราต้องคบคนพาล หรือทำไมเราต้องคบบัณฑิต คบคนพาลแล้วจะเป็นอะไร คบบัณฑิตแล้วจะเป็นอะไร คบคนพาลท่านยกตัวอย่างถึงขนาดบอกว่า อย่าว่าแต่มนุษย์เลยแม้แต่สัตว์ ถ้าเราคบคนพาลหรืออยู่กับคนพาลนี่ก็จะเป็นพาลเหมือนกัน ท่านยกตัวอย่างว่าเปรียบเหมือนกับใบไม้ห่อของหอมก็ย่อมหอม ถ้าห่อของเน่าเหม็นก็ย่อมเน่าเหม็น ฉันนั้น ในชาดกท่านยกตัวอย่างเรื่องนกสองตัว นกสองตัวนี้เกิดในรังเดียวกัน แต่พลัดพรากจากกัน

ตัวหนึ่งตกที่กลุ่มหอก กลุ่มดาบชื่อว่า สัตตะ(ซึ่งแปลว่าหอก) นกอีกตัวหนึ่งก็ตกในที่เรียกว่า กุมภะซึ่งแปลว่าดอกไม้ คนเลี้ยงเป็นคนดี ก็นำไปเลี้ยง อีกคนหนึ่งก็เป็นคนชั่วก็นำไปเลี้ยง นกสองตัวนี้ นกตัวดีก็จะพูดแต่สิ่งที่ดีดี นกที่ชั่วก็พูดแต่สิ่งที่ชั่วจากรังเดียวกันจากสถานที่เกิดในที่เดียวกันแตกต่างกันตรงที่คบคนพาลและไม่คบคนพาลเท่านั้น เอง อันนี้ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าเป็นมนุษย์ง่ายมากเลย อยู่ในกลุ่มคนพาลเป็นคนพาล อยู่ในกลุ่มคนบัณฑิตเป็นบัณฑิต เขาเรียกว่าถ้าเกิดในปฏิรูปเทศได้นี่ ก็จะดีมากๆ อย่างญาติโยมนี่ลูกที่เรียนเก่งส่วนมากก็จะเป็นลูกครู ลูกหมอ พ่อแม่เป็นคนพาลติดคุกติดตารางแต่มีลูกเป็นบัณฑิตนี่ หายากนะ ถ้ามีคนประเภทนี้เขาเรียกว่า อภิชาติบุตร

คนจะดีนี่มันต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างนะ ไม่ใช่ว่าเกิดมาแล้วดีเลย ใช่ไหม บางทีเกิดมาแล้วเป็นคนชั่วเลยก็ไม่ใช่ เพราะธรรมชาติของคนนี้มันฝึกได้ อย่าว่าแต่คนเลยแม้แต่สัตว์ก็ยังฝึกได้  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านบอกว่า คนเรานี้มีธาตุเดียวกันมักจะอยู่ด้วยกัน พูดง่ายๆบ้านเราเรียกว่าจริตนิสัยคล้ายๆกันมักจะไปอยู่ด้วยกัน เรามักจะพูดง่ายๆว่าไปสู่ที่ชอบๆ ใช่ ถ้าเราทำดีมันก็ต้องไปสู่ที่ดีใช่ไหม ไปสู่ทางที่ชอบที่ดี คนเป็นบัณฑิตสังเกตุง่ายๆเราก็จะเจอตามห้องสมุด เป็นนักศึกษา เจอตามสถานที่ศึกษา ส่วนนักเลงเราจะไปเจอที่ใหน  เราก็จะไปเจอตามสถานที่แหล่งบันเทิง คุก แหล่งที่เป็นมั่วสุมเสพยาเสพติด ก็คือแหล่งของเขา ถ้าคบกลุ่มนี้ก็จะติดอยู่ในกลุ่มนี้ เพราะฉะนั้นท่านจึงบอกว่าเลิกคบได้จะดีที่สุด เลิกคบคนพาลได้ดีที่สุด คือไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนพาลเลย เพราะดึงเราลงสู่ที่ต่ำเสมอ

เรื่องการคบบัณฑิตคบคนพาลถ้าจะนำมาใช้กับเยาวชน ในปัจจุบันนี้ เขาบอกว่าเด็กๆมักจะเชื่อครูใช่ไหม  แต่จริงๆนี่เชื่อพ่อแม่ ถัดจากพ่อแม่มาก็เชื่อครูเข้าชั้นประถมนี่เชื่อครูเลย วัยรุ่นนี่เชื่อเพื่อน เพื่อนพาไปใหนไปหมด  พาต่อยพาตีก็ไปคือเอาเพื่อนเป็นเกณฑ์ว่างั้น ถ้าคบคนประเภทนี้แล้วก็จะดึงตัวเองไปสู่ที่ต่ำเสมอ   เขาเรียกว่าคบคนพาล  ก็สร้างความเดือดร้อนให้เห็นเสมอเช่นในทุกวันนี้ เช่นเด็กแว้นเอย เสพยาเสพติดเอย ถ้าหลุดเข้าไปในวงโคจรนี้ก็จะจมลึกลงไปเลย

เพราะฉะนั้นท่านจึงบอกว่า สอนได้ตั้งแต่เล็กให้ไปอยู่กับคนดีๆ สถานที่ดีๆ พบพ่อแม่ครูบาอาจารย์ดีดีมันจะซึมซับไปโดยอัตโนมัติ ดังที่บอกไว้ว่า ใบไม้ที่ห่อของหอมก็ย่อมหอม ใบไม้ที่ห่อของเหม็นก็ย่อมเหม็นฉันนั้น.

 

 

Share Button